มันมากับถั่วลิสงและพริกป่น

ถั่วลิสงและพริกป่น เป็นวัตถุดิบที่นิยมนำมาใช้เป็นส่วนผสมของอาหารคาวและขนมขบเคี้ยวหลายชนิด แต่เนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อน จึงทำให้ถั่วลิสงและพริกป่นมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารพิษอะฟลาทอกซิน ส่งผลให้ผู้รับประทานมีความเสี่ยงต่อการได้รับสารปนเปื้อนนี้ด้วย โดยหากได้รับสารอะฟาทอกซินในปริมาณมากๆ จะส่งผลให้เกิดพิษแบบเฉียบพลัน โดยจะมีอาการอาเจียน ท้องเดิน และหากรับประทานในปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง สารอะฟาทอกซินจะไปสะสมในร่างกาย ทำให้เกิดพิษเรื้อรัง โดยไปขัดขวางการสังเคราะห์โปรตีนของร่างกาย ส่งผลให้เกิดการสร้างเซลล์ที่ผิดปกติหรือที่เรียกว่า เซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ และในกรณีเด็กได้รับสารอะฟาทอกซิน จะมีอาการชักหมดสติ เกิดความผิดปกติของเซลล์ตับ เซลล์สมอง และอาจทำให้เด็กเสียชีวิตภายในเวลา 2-3 วัน ซึ่งถือว่าอะฟลาทอกซินเป็นสารพิษที่มีอันตรายมาก

 

ความจริงที่ต้องรู้

อะฟลาทอกซินเป็นสารพิษที่สร้างขึ้นโดยเชื้อรา จัดเป็นสารก่อมะเร็งในคน ทนความร้อนได้สูงถึง 270 องศาเซลเซียส จึงไม่สามารถทำลายได้ด้วยความร้อนที่ใช้ในการปรุงอาหารทั่วไป แต่การนำถั่วลิสงหรือพริกแห้งไปตากแดดก่อนนำมาเก็บเพื่อใช้บริโภคต่อไปนั้น ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการปนเปื้อนสารพิษอะฟลาทอกซินได้ เนื่องจากความร้อนจากแสงอาทิตย์จะช่วยลดความชื้นในถั่วลิสงและพริก ทำให้เชื้อราไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ส่งผลให้ปริมาณสารอะฟลาทอกซินที่ถูกสร้างโดยเชื้อราลดลงตามไปด้วย

 

การเลือกซื้อถั่วลิสงบด พริกแห้ง หรือพริกไทยป่น

  • เลือกซื้อที่อยู่ในสภาพใหม่ ถ้าเป็นถั่วลิสงควรมีลักษณะสมบูรณ์ ไม่ลีบ ไม่ฝ่อ สีไม่คล้ำ ไม่แตกหัก ไม่ขึ้นรา หากดมแล้วมีกลิ่นเหม็นอับชื้น ไม่ควรซื้อ
  • เลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่ได้มาตรฐาน และตรวจสอบวันผลิตทุกครั้ง
  • เมื่อรับประทานอาหารนอกบ้าน ควรระมัดระวังในการปรุงรสอาหาร เช่น ก๋วยเตี๋ยว ผัดไท ส้มตำ และยำต่างๆ เป็นต้น โดยสังเกตเครื่องปรุงรส ไม่ว่าจะเป็นพริกป่น พริกไทย ถั่วลิสงบด หรือกุ้งแห้ง ว่ามีลักษณะอับชื้นหรือไม่ และต้องไม่มีกลิ่นหืน เหม็นอับ จับตัวเป็นก้อน สีผิดปกติ เช่น สีเหลืองคล้ำ หรือมีเชื้อรา และหากไม่แน่ใจและรู้สึกว่าเครื่องปรุงรสนั้นถูกเก็บไว้นาน ก็ไม่ควรรับประทานเพื่อความปลอดภัย

 

ในกรณีที่พบว่าอาหารนั้นขึ้นรา ควรทิ้งไปทั้งหมก ไม่ควรตัดส่วนที่ขึ้นราทิ้งไป แล้วนำส่วนที่เหลือมารับประทาน เพราะสารอะฟลาทอกซินอาจกระจายไปทั่วชิ้นอาหารแล้ว

 

แหล่งที่มา: คู่มือการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านอาหารและไอโอดีนสำหรับผู้บริหาร รพ.สต. โดยความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และวิทยาลัยนักบริหารสาธารณสุข