น้ำตาล ผู้ให้หรือนักฆ่า…เราเลือกได้!

รู้ไหมว่า…

– จากหลักฐานของนักชีววิทยาวิวัฒนาการ มนุษย์ยุคแรกอยู่รอดมาได้ด้วยน้ำตาล

– พลังงานการเคลื่อนไหวของมนุษย์ 70% มาจากน้ำตาล

– อวัยวะภายใน เนื้อเยื่อต่างๆ ทั้งการหายใจ ขับปัสสาวะ การไหลเวียนของเลือด การย่อยอาหาร การทำงานของหัวใจ สมอง ความต้านทานต่อโรค ฯลฯ ล้วนแต่ต้องใช้น้ำตาลทั้งสิ้น

ความมีชีวิตชีวา ความสดชื่นกระชุ่มกระชวย สมองสั่งการให้หลั่งสารความสุข โอปิออยด์ (Opioid) และ โดพามีน (Dopamine) ก็ล้วนมาจากการบริโภคน้ำตาล หน้าเทศกาลแห่งความสุข ทุกคนรอคอยเมนูของหวาน มื้อเที่ยงวันอาทิตย์ของครอบครัวชาวฟิลิปปินส์ต้องตบท้ายด้วย halo halo (ขนมหวานขึ้นชื่อของฟิลิปปินส์ เป็นน้ำแข็งไสรับประทานกับเครื่องเคียง เช่น ถั่วแดง ลูกตาล วุ้นมะพร้าว ไอศกรีม ขนุน ฯลฯ ราดด้วยนมข้นหวานและน้ำเชื่อม) วันตรุษจีนของคนสิงคโปร์คงไม่ใช่ตรุษจีนถ้าไม่มีทาร์ตสับปะรด งานแต่งและเทศกาลเราะมะฎอนของคนอินโดนีเซียต้องมีขนมเค้กชั้น (kueh lapis) คนไทยเราต้องกวนกระยาสารทในงานบุญวันสารทไทย น้ำตาลมีความจำเป็นในการใช้ชีวิตของเรา แต่…บริโภคน้ำตาลมากเกินความจำเป็นของร่างกายก็ทำให้เกิดโรคร้ายอย่างโรคติดต่อไม่เรื้อรังจากพฤติกรรมหรือนิสัยที่สะสมมาเรื่อยๆ

จากการศึกษาวิจัยพบว่า คนเอเชีย แม้จะมีดัชนีมวลกายไม่สูงมาก หรือน้ำหนักตัวสมดุลกับส่วนสูง ก็มีความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (ไม่ต้องพึ่งอินซูลิน) โรคหัวใจและหลอดเลือด สูงกว่าชาวยุโรป ตัวเลขผู้ป่วยโรคเบาหวานโลก 60% (หรือกว่า 90 ล้านคน) เป็นชาวเอเชีย เมื่อเรามีความเสี่ยงต่อโรคเหล่านี้สูงอยู่แล้ว ก็ต้องระวัง ไม่บริโภคน้ำตาลเกินความต้องการของร่างกาย องค์การอนามัยโลกแนะนำให้บริโภคน้ำตาลอิสระ (น้ำตาลที่ไม่มีอยู่แล้วในวัตถุดิบ แต่เพิ่มเข้ามา) ให้ต่ำกว่า 10% ของแคลอรี่ที่ได้รับ หรือไม่เกิน 12 ช้อนชาต่อวัน และถ้าลดให้เหลือ 5% จะดีมาก หรือไม่เกิน 6 ช้อนชา ต่อวันเท่านั้น

แหล่งข้อมูล: www.foodindustry.asia