ทุกวันนี้จะไปแห่งหนใดก็เจอร้านกาแฟผุดกันขึ้นเสียยิ่งกว่าดอกเห็ด ตั้งแต่รถเข็นริมทาง ร้านน้อยใหญ่ในย่านออฟฟิศสำนักงาน ไปจนถึงคาเฟ่สวยหรูทั้งในและนอกห้างสรรพสินค้า สมกับที่กาแฟถูกจัดให้เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากอันดับต้นๆของโลก

 

ตามบันทึกที่พบในหน้าประวัติศาสตร์ กาแฟถือกำเนิดให้เป็นที่รู้จักกันราวคริสต์ศตวรรษที่ 15 ในตะวันออกกลาง ซึ่งมีบันทึกมากมายช่วยให้เชื่อว่าศูนย์กลางการปลูกอยู่บนที่สูงในเอธิโอเปีย และศูนย์กลางการซื้อขายเพื่อบริโภคอยู่ในประเทศเยเมน โดยกลุ่มนักบวชที่นำเมล็ดกาแฟมาคั่วและชงเป็นเครื่องดื่ม เพื่อให้มีสมาธิในการสวดมนต์ได้นานๆ โดยไม่ง่วงเหงาหาวนอนไปเสียก่อนจะปฏิบัติศาสนกิจเสร็จ

 

สายพันธุ์กาแฟที่ได้รับความนิยมปลูกกันทั่งโลกนั้น แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ โรบัสต้า (Coffea robusta) และ อาราบิก้า  (Coffea arabica) ซึ่งมีความแตกต่างกันตั้งแต่พื้นที่เพาะปลูก การเจริญเติบโต การดูแลรักษา เก็บเกี่ยว ไปจนถึงรสชาติความหอมหวน และราคาซื้อขายกันในท้องตลาด สายพันธุ์ที่ผลิตได้น้อยกว่า แต่มีความซับซ้อนของกลิ่นรสซึ่งก็ผลักดันให้ราคาในท้องตลาดสูงกว่า ก็คือสายพันธุ์อาราบิก้า

 

เชื่อไหมว่าบ้านเรามีกาแฟอาราบิก้าที่มีคุณภาพสูงติดอันดับโลกมากขึ้นๆทุกๆปี หลายคนอาจเคยไปเดินชมงานที่อิมแพค ซึ่งจัดเป็นงานมหกรรมกาแฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียอาคเนย์ ก็คือ THAILAND COFFEE FEST ภายใต้การสนับสนุนจากสมาคมกาแฟพิเศษไทย กาแฟที่ชนะเลิศท็อปเท็นเหล่านี้ซื้อ-ขายกันกิโลกรัมละหลายพันจนเกือบถึงหมื่นบาท รสชาตินั้นก็มีความซับซ้อนยิ่งไปเสียกว่าเครื่องดื่มในกลุ่มไวน์ เชื่อว่าถ้าอุตสาหกรรมกาแฟชนิดพิเศษ (อาราบิก้า) ที่ปลูกในประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และความสนใจจากภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นานเมืองไทยอาจเป็นหนึ่งศูนย์กลางกาแฟอาราบิก้าของโลก…